จ๊อบไทย ชี้สายงานไอทีมาแรงท่ามกลางโควิด แต่ท่องเที่ยว-โรงแรม-การบิน เตะฝุ่น

น.ส.แสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าผู้บริหารด้านปฏิบัติการของจ๊อบไทย (JobThai) ในฐานะผู้ให้บริการแพลตฟอร์มหางาน สมัครงาน และหาบุคลากรออนไลน์ เปิดเผยถึงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบกับตลาดแรงงานไทยว่า ในปีนี้นักศึกษาจบใหม่ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และผลกระทบจากโควิด-19 โดยในจ๊อบไทยมีบัญชีผู้ใช้งานที่เป็นนักศึกษาจบใหม่ 178,399 คน คิดเป็น 17.14% ของจำนวนผู้สมัครงานทั้งหมดในแพลตฟอร์ม ซึ่งมีข้อมูลที่น่าสนใจ ดังนี้

  • สายงานที่เปิดรับนักศึกษาจบใหม่มากที่สุด 5 อันดับ ได้แก่ 1.งานขาย 35,031 อัตรา 2.งานช่างเทคนิค/อิเล็กทรอนิกส์ 14,074 อัตรา 3.งานผลิต/ควบคุมคุณภาพ 11,332 อัตรา 4.งานบริการ 8,777 อัตรา และ 5.งานวิศวกร 7,677 อัตรา
  • สายงานที่มีนักศึกษาจบใหม่สมัครมากที่สุด 5 อันดับ ได้แก่ 1.งานธุรการ/จัดซื้อ 60,780 คน 2.งานผลิต/ควบคุมคุณภาพ 47,137 คน 3.งานขาย 36,980 คน 4.งานวิศวกร 30,565 คน และ 5.งานขนส่ง-คลังสินค้า 28,344 คน

ในส่วนธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม หรือการบิน ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยตรง ทำให้องค์กรต่าง ๆ ไม่มีการจ้างงานในสายนี้เพิ่มมากนัก นักศึกษาจบใหม่ในสาขานี้จึงได้รับผลกระทบไปด้วย

ด้านข้อมูลในจ๊อบไทยพบว่า 5 สายงานที่นักศึกษาจบใหม่ด้านท่องเที่ยว/โรงแรม สมัครมากที่สุด ได้แก่ 1.งานธุรการ/จัดซื้อ 11,590 ครั้ง 2.งานบริการ 5,998 ครั้ง 3.งานขาย 5,682 ครั้ง 4.งานบุคคล/ฝึกอบรม 3,127 ครั้ง และ 5.งานการตลาด 2,633 ครั้ง

น.ส.แสงเดือน ระบุว่า ในสถานการณ์นี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่านักศึกษาจบใหม่ในธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม การบิน ต้องเพิ่มโอกาสในการหางานจนกว่าสถานการณ์เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไทยจะฟื้นตัว โดยต้องนำทักษะที่มีไปต่อยอดใช้กับสายงานอื่น (Transferable Skills) อย่างคนที่มีทักษะความสามารถทางภาษา อาจมองหาโอกาสในสายงานดูแลลูกค้าหรือบริการในธุรกิจอื่น ๆ ที่ไม่ได้รับผลกระทบมาก หรืองาน Account Executive ในเอเจนซี่ ซึ่งเป็นการใช้จุดแข็งทางด้านภาษาและการสื่อสารที่มีอยู่แล้ว และเพิ่มคอร์สเรียนเกี่ยวกับการตลาดออนไลน์ รวมทั้งการใช้ Social Media ก็จะทำให้โปรไฟล์เข้าตา HR มากขึ้นได้ หรืออาชีพเสริมอื่น ๆ เช่น ติวเตอร์สอนภาษา เนื่องจากช่วงนี้นักเรียนต้องเรียนออนไลน์ ก็อาจเป็นโอกาสในการทำงาน

ขณะที่ปัจจุบันองค์กรต่างให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี ซึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทำให้เกิดนวัตกรรมและอาชีพใหม่ ๆ มากมาย ทำให้สายงานไอทีเป็นสายงานที่ทั่วโลกกำลังต้องการ และน่าจับตามองเป็นอย่างมาก ได้แก่ โปรแกรมเมอร์ (Programmer), ไอทีแอดมิน/เน็ตเวิร์กแอดมิน (IT Admin/Network Admin), เทคนิคซัปพอร์ต (Technical Support/Help Desk), วิศวกรคอมพิวเตอร์ (Computer Engineering) และ นักทดสอบซอฟต์แวร์ (Software Tester), วิศวกรความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security), นักพัฒนาบล็อกเชน (Blockchain Developer), นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientist), นักพัฒนาด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence Engineer) เป็นต้น

ส่วนตลาดแรงงานไทย ในเดือนมกราคม – มิถุนายน 2564 มีผู้ต้องการหางาน สมัครงาน เพิ่มขึ้นกว่าปี 2563 โดยมีผู้ใช้งานสะสมมากกว่า 13 ล้านคน เติบโตขึ้น 17% และมีการสมัครงาน 9.6 ล้านครั้ง เติบโตขึ้น 8%

ด้านองค์กรมีการเปิดรับพนักงานรวมทั้งหมด 772,145 อัตรา เพิ่มขึ้น 13.70% ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาหลายองค์กรมีการเปิดรับบุคลากรโดยสามารถทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) หรือทำงานทางไกล (Remote Working) 11,036 อัตรา เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3-4 ปี 2563 18.70% นอกจากนี้ องค์กรยังมีมาตรการลดการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเปลี่ยนมาสัมภาษณ์งานทางออนไลน์มากถึง 78,101 อัตรา เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3-4 ปี 2563 ถึง 208.10%

สำหรับ 5 ประเภทธุรกิจมีความต้องการแรงงานมากที่สุด ได้แก่

1. ธุรกิจอาหาร เครื่องดื่ม 66,977 อัตรา องค์กรที่มีความต้องการแรงงานมากในธุรกิจนี้ เช่น บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตเครื่องดื่มชั้นนำในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, บริษัท ไทย อกริ ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตอาหาร เครื่องดื่ม อาหารสำเร็จรูป อาทิ อาหารกระป๋อง และอาหารแช่แข็งเพื่อการส่งออก, บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์โคคา-โคล่า และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ

2. ธุรกิจยานยนต์/ชิ้นส่วนยานยนต์ 57,390 อัตรา องค์กรที่มีความต้องการแรงงานมากในธุรกิจนี้ เช่น บริษัท ท็อปเบส์ท จำกัด ผู้ผลิตชิ้นส่วนโครงสร้าง ตัวถัง ประกอบรถโดยสารและตัวถังรถบรรทุกและจัดจำหน่ายรถโดยสารและรถบรรรทุกเพื่อการพาณิชย์, MAXXIS INTERNATIONAL (THAILAND) CO.,LTD. ผู้ผลิตและจำหน่ายยางรถยนต์ระดับโลก, บริษัท สยามกลการอุตสาหกรรม จำกัด ผู้นำเข้า จัดจำหน่ายและบริการซ่อมและอะไหล่ รถ Forklift ในแบรนด์ของ Unicarrier ประเทศไทย

3. ธุรกิจบริการ 51,822 อัตรา องค์กรที่มีความต้องการแรงงานมากในธุรกิจนี้ เช่น บริษัท เอ็มโอแค็ป จำกัด ซึ่งทำธุรกิจด้าน Outsourcing Contact Center, บริษัท วันทูวัน คอนแทคส์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งทำธุรกิจด้าน Customer Service Management, Thailand YellowPages ผู้บุกเบิกธุรกิจการให้บริการค้นหาข้อมูล รายชื่อ และหมายเลขโทรศัพท์ขององค์กรธุรกิจ การค้นหาสินค้า และบริการต่าง ๆ เป็นรายแรกของประเทศไทย

4. ธุรกิจวัสดุก่อสร้าง – รับเหมาก่อสร้าง 50,132 อัตรา องค์กรที่มีความต้องการแรงงานมากในธุรกิจนี้ เช่น บริษัทดูโฮม จำกัด (มหาชน) ผู้จำหน่ายวัสดุก่อสร้างครบวงจร, บริษัท เจ ดับบลิว เอส คอนสตรัคชั่น จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจด้านรับเหมาก่อสร้างด้วยเทคโนโลยีก่อสร้างชั้นสูงและทันสมัย, บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด แหล่งรวมสินค้าและวัสดุอุปกรณ์เพื่อการตกแต่งซ่อมแซมที่อยู่อาศัยอย่างครบวงจร

5. ธุรกิจขายปลีก 47,956 อัตรา องค์กรที่มีความต้องการแรงงานมากในธุรกิจนี้ เช่น บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด หรือโลตัส ประเทศไทย ผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกธุรกิจ,บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) ผู้จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภค บริโภค แบบครบวงจร, วัตสัน ประเทศไทย ร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับ 1 ในเอเชีย

(Online Training) หลักสูตร Job Relations: Building Working Relationships (การสร้างสัมพันธภาพในงาน) วันที่ 25 – 26 สิงหาคม 2564 เวลา 9:00-16:00 น.

ปัจจุบันปัญหาที่มักพบในหน่วยงานต่างๆ คือ ปัญหาสัมพันธภาพระหว่างพนักงานกับหัวหน้างาน ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงาน  การสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างพนักงานกับหัวหน้างาน ช่วยให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่เกิดปัญหา ความบาดหมางที่เคยเกิดขึ้นจะลดลง อันจะส่งผลต่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อหน่วยงานต่อไปในอนาคต ดังนั้น หัวหน้างานนอกจากจะมีความรอบรู้ในงานแล้ว จำเป็นต้องเรียนรู้เทคนิค วิธีการสร้างสัมพันธภาพกับลูกน้องและผู้เกี่ยวข้อง โดยต้องเข้าใจความคาดหวัง และความแตกต่างระหว่างบุคคล เข้าใจรากฐานของสัมพันธภาพที่ดี รวมทั้งฝึกการรับฟังความคิดเห็นและความรู้สึก การพิจารณาแก้ไขปัญหาสัมพันธภาพx

วัตถุประสงค์

  • เข้าใจความแตกต่างของแต่ละบุคคล รากฐานของสัมพันธภาพที่ดีและวิธีการจัดการกับปัญหาที่ถูกต้องเชื่อถือได้
  • สามารถใช้หลักการในการแก้ไขปัญหาได้ถูกต้อง อันจะนำมาซึ่งสัมพันธภาพที่ดีระหว่างหัวหน้างานและลูกน้อง รวมทั้งผู้อื่นที่เกี่ยวข้อง

เหมาะสำหรับ

  • หัวหน้างาน ผู้บังคับบัญชา
  • ผู้ควบคุมงานที่มีผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นผู้ปฏิบัติงานที่หน้างาน

วิทยากร: คุณดุจดาว ดวงเด่น
ผู้เชี่ยวชาญ สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ
ประสบการณ์ วิทยากรที่ปรึกษาอาวุโส ด้านบริหารทรัพยากรบุคคล Executive ฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคล
วิทยากรและที่ปรึกษาด้าน Filing System ให้หน่วยงานต่างๆ

หัวข้ออบรม

วันที่หนึ่ง

  • คุณสมบัติและความรับผิดชอบของหัวหน้างาน
  • ความคาดหวังในการทำงาน&ความแตกต่างเฉพาะบุคคล
  • รากฐานของสัมพันธภาพที่ดี
  • ปัญหาของหัวหน้างานและปัญหาประเภทต่าง ๆ
  • กรณีศึกษา
  • วิธีที่จะได้รับความคิดเห็น และความรู้สึก
  • ฝึกพิจารณาปัญหาและแก้ไข

วันที่สอง

  • การเปรียบเทียบข้อเท็จจริงและการตัดสินใจ
  • กรณีศึกษา
  • ฝึกพิจารณาปัญหาและแก้ไข
  • กรณีศึกษา
  • ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลง และกรณีศึกษา
  • ความสัมพันธ์ของหัวหน้างานในงานที่เกี่ยวข้องกับบุคคลอื่น
  • ฝึกพิจารณาปัญหา และแก้ไขจากตัวอย่างจริง
  • ประโยชน์ในการใช้สัมพันธภาพในงาน
  • สรุป และถาม ตอบ
กทม. เปิดรับสมัครงาน เขตวังทองหลาง-สายไหม-สาทร-ป้อมปราบฯ รวม 42 อัตรา

กทม. เปิดรับสมัครงาน เขตวังทองหลาง-สายไหม-สาทร-ป้อมปราบฯ รวม 42 อัตรา

กทม. เปิดรับสมัครงาน เขตวังทองหลาง-สายไหม-สาทร-ป้อมปราบฯ รวม 42 อัตรา

กทม. เปิดรับสมัครงานใน 4 สำนักงานเขต “วังทองหลาง-สายไหม-สาทร-ป้อมปราบศัตรูพ่าย” รวม 42 อัตรา

วันที่ 18 ม.ค. 2564 นางสาววรนุช สวยค้าข้าว ผู้อำนวยการสำนักงานประชาสัมพันธ์ กทม. แจ้งว่า หน่วยงานของกรุงเทพมหานครเปิดรับสมัครงานหลายอัตรา ดังนี้

สำนักงานเขตวังทองหลาง เปิดรับสมัคร และคัดเลือกบุคคลเข้าเป็นลูกจ้างชั่วคราว เพื่อปฏิบัติงานในสังกัดฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะ จำนวนทั้งสิ้น 6 อัตรา

ตำแหน่งพนักงานทั่วไป (เก็บขนมูลฝอย) อัตราค่าจ้างเดือนละ 8,690 บาท จำนวน 5 อัตรา
ตำแหน่งพนักงานประจำรถ (รถยกกระเช้า) อัตราค่าจ้างเดือนละ 8,690 บาท จำนวน 1 อัตรา
ผู้สนใจขอรับและยื่นใบสมัครด้วยตนเองได้ที่ ฝ่ายปกครอง สำนักงานเขตวังทองหลาง ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 29 ม.ค. 64 สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2530 1740 ในวันและเวลาราชการ หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.bangkok.go.th/wangthonglang หัวข้อรับสมัครบุคลากร

สำนักงานเขตสายไหม เปิดรับสมัครและคัดเลือกบุคคลเข้าเป็นลูกจ้างชั่วคราว เพื่อปฏิบัติงานในสังกัดฝ่ายโยธา และฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะ จำนวนทั้งสิ้น 8 อัตรา

ตำแหน่งพนักงานทั่วไป (ระบายน้ำ) อัตราค่าจ้างเดือนละ 8,690 บาท จำนวน 1 อัตรา
ตำแหน่งพนักงานทั่วไป (เก็บขนมูลฝอย) อัตราค่าจ้างเดือนละ 8,690 บาท จำนวน 5 อัตรา
ตำแหน่งพนักงานขับเครื่องจักรกลขนาดเบา (รถเทรลเลอร์) อัตราค่าจ้างเดือนละ 9,400 บาท จำนวน 1 อัตรา
ตำแหน่งพนักงานขับเครื่องจักรกลขนาดเบา (รถบรรทุกน้ำ) อัตราค่าจ้างเดือนละ 9,400 บาท จำนวน 1 อัตรา
ผู้สนใจขอรับและยื่นใบสมัครด้วยตนเองได้ที่ ฝ่ายปกครอง ชั้น 2 สำนักงานเขตสายไหม ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 5 ก.พ. 64 สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2158 7349 ในวันและเวลาราชการ หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.bangkok.go.th/saimai หัวข้อข่าวรับสมัครงาน

สำนักงานเขตสาทร เปิดรับสมัครและคัดเลือกบุคคลเข้าเป็นลูกจ้างชั่วคราว จำนวนทั้งสิ้น 27 อัตรา

ตำแหน่งพนักงานขับรถยนต์ อัตราค่าจ้างเดือนละ 9,400 บาท จำนวน 2 อัตรา
ตำแหน่งพนักงานขับเครื่องจักรกลขนาดเบา (เก็บขนมูลฝอย) อัตราค่าจ้างเดือนละ 9,400 บาท จำนวน 5 อัตรา
ตำแหน่งพนักงานขับเครื่องจักรกลขนาดเบา (รถดูดไขมัน) อัตราค่าจ้างเดือนละ 9,400 บาท จำนวน 1 อัตรา
ตำแหน่งพนักงานขับเครื่องจักรกลขนาดเบา (รถยกกระเช้า) อัตราค่าจ้างเดือนละ 9,400 บาท จำนวน 1 อัตรา
ตำแหน่งพนักงานประจำรถ (รถยกกระเช้า) อัตราค่าจ้างเดือนละ 8,690 บาท จำนวน 1 อัตรา
ตำแหน่งพนักงานทั่วไป (เก็บขนมูลฝอย) อัตราค่าจ้างเดือนละ 8,690 บาท จำนวน 17 อัตรา
ผู้สนใจขอรับและยื่นใบสมัครด้วยตนเองได้ที่ ฝ่ายปกครอง ชั้น 2 สำนักงานเขตสาทร ตั้งแต่วันที่ 25 ม.ค.-10 ก.พ. 64 สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2212 8112 ต่อ 7205-7 ในวันและเวลาราชการ หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.bangkok.go.th/sathon หัวข้อประกาศรับสมัครงาน

สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เปิดรับสมัครและคัดเลือกบุคคลเข้าเป็นลูกจ้างชั่วคราว เพื่อปฏิบัติงานในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย

ตำแหน่งพนักงานสถานที่ อัตราค่าจ้างเดือนละ 8,690 บาท จำนวน 1 อัตรา
ผู้สนใจขอรับและยื่นใบสมัครด้วยตนเองได้ที่ ฝ่ายการศึกษา ชั้น 2 สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 22 ม.ค. 64 สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2281 0281 ต่อ 6425-6 ในวันและเวลาราชการ หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.bangkok.go.th/pomprapsattruphai หัวข้อข่าวสาร ประกาศรับสมัครงาน.

กรมชลประทาน จัดงบ 5.6 พันล้าน จ้างเกษตรกร-คนตกงานจากโควิด 9.4 หมื่นคน

กรมชลประทาน จัดงบ 5.6 พันล้าน จ้างเกษตรกร-คนตกงานจากโควิด 9.4 หมื่นคน

กรมชลประทาน จัดสรรงบ 5.6 พันล้าน จ้าง 9.4 หมื่นคน ขุดลอกคูคลอง ซ่อมแซม ปรับปรุงงานชลประทาน เล็งชวนแรงงานคืนถิ่น ร่วมโครงการหลังตกงานจากพิษโควิด-19 รับรายได้เฉลี่ยคนละ 1.3 หมื่น

วันที่ 31 ม.ค. 2564 นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร และแรงงานที่ถูกเลิกจ้างจากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 กรมชลประทานได้จัดสรรงบประมาณปี 2564 วงเงิน 5,662 ล้านบาท สำหรับจ้างงานเกษตรกรจำนวน 94,000 คน ได้รับค่าจ้างเฉลี่ยคนละ 13,294 บาท โดยงานที่จ้างจะดำเนินการจ้างเพื่อซ่อมแซม บำรุงรักษา ขุดลอก ปรับปรุง งานชลประทาน โครงการส่งเสริมการดำเนินงานอันเนื่องจากพระราชดำริ งานก่อสร้างแหล่งน้ำ ระบบน้ำเพื่อชุมชน แก้มลิง และการจัดการคุณภาพน้ำ

ล่าสุดไตรมาส 1 ปี 2564 มีการจ้างงานไปแล้ว 8,237 คน ประมาณ 8.76% ของเป้าหมายที่วางไว้ วงเงินที่จ้างงานประมาณ 109.49 ล้านบาท หรือประมาณ 1.93% ของงบประมาณที่ตั้งไว้ สำหรับหลักเกณฑ์การจ้างงานจะให้กับ 4 กลุ่ม ดังนี้

  1. เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร หรือเกษตรกรในพื้นที่
  2. สมาชิกกลุ่มผู้ใช้น้ำของกรมชลประทานในพื้นที่
  3. ประชาชนผู้ใช้แรงงานทั่วไปในพื้นที่
  4. หากแรงงานในพื้นที่ไม่พอ ให้พิจารณาจ้างเกษตรกรแรงงานในพื้นที่ใกล้เคียง จากหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัดและลุ่มน้ำตามลำดับ

“กรมชลประทาน จะจัดสรรงบประมาณเพื่อจ้างงานในช่วงฤดูแล้งในช่วงที่เกษตรกรไม่สามารถเพาะปลูกได้ส่วนการระบาดของโควิด-19 อาจส่งผลให้มีคนตกงานจำนวนมาก มีแรงงานเกษตรกรที่เข้าไปรับจ้างในกรุงเทพฯ หรือเมืองอุตสาหกรรม ที่มีการหยุดงาน หรือโรงงานปิดกิจการ ร้านอาหารไม่สามารถเปิดได้ตามปกติ ทางกรมชลประทานก็จะประกาศเชิญชวนให้เข้ามาร่วมทำงานด้วยกัน หากคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่ตั้งไว้ ก็พร้อมรับเข้าทำงาน”

นายทวีศักดิ์ ยังกล่าวว่า สำหรับโครงการการจ้างงานเพื่อจ้างเกษตรกรประจำปี 2563 ภายใต้งบประมาณ 4,498 ล้านบาท จ้างแรงงานวงเงิน 2,713 ล้านบาท หรือ 60% ของงบประมาณที่ตั้งไว้ แต่จ้างเกษตรกรทำงานได้ประมาณ 91,159 คน สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ หรือประมาณ 103% ของเป้าหมายที่วางไว้ที่จำนวน 88,838 คน

แบ่งเป็นงบประมาณรายจ่ายประจำปีวงเงิน 4,248 ล้านบาท เป้าหมายจ้างเกษตรกรทำงานได้ 81,538 คน และงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น พ.ศ.2563 วงเงิน 250 ล้านบาท เป้าหมายจ้างเกษตรกรทำงานได้ 7,300 คน

ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2563 เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการรับจ้างทำงานกับกรมชลประทาน เฉลี่ยมีรายได้ประมาณคนละ 29,770 บาท สำนักชลประทานที่มีการจ้างงาน มากที่สุด 3 อันดับ ได้แก่ สำนักชลประทานที่ 7 จ้างงานจำนวน 14,761 คน สำนักชลประทานที่ 5 จ้างงานจำนวน 9,161 คน และสำนักชลประทานที่ 8 จ้างงานจำนวน 8,148 คน

“หลักเกณฑ์การจ้างงานยังยึดเกณฑ์เดิมเหมือนทุกปี คือจ้างเกษตรกรในพื้นที่ หากไม่มีเกษตรกรร่วมโครงการ ก็ให้พิจารณาจ้างเกษตรกรแรงานในพื้นที่ใกล้เคียง จากหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด และลุ่มน้ำ ตามลำดับ”

สำหรับจังหวัดที่มีการจ้างแรงงานเพื่อซ่อมแซม บำรุงรักษา ขุดลอก ปรับปรุง งานชลประทาน ขุดลอกคูคลอง มากที่สุด 3 อันดับ ได้แก่ จ.อุบลราธานี จ้างแรงงานจำนวน 5,781 คน, จังหวัดเชียงใหม่ จ้างแรงงานจำนวน 5,377 คน และจังหวัดสกลนคร จ้างแรงงาน 3,938 คน ตามลำดับ