JOBTHAI

JOBTHAI

JOBTHAI ตกงานอ่านด่วน! เปิด 5 ธุรกิจต้องการแรงงานมากที่สุด

ตกงานอ่านด่วน! JOBTHAI เปิด 5 ประเภทธุรกิจมีความต้องการแรงงานมากที่สุด สายอาชีพมีแนวโน้มเปิดรับเพิ่มขึ้น Freelance สาธารณสุข น.ส.แสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าผู้บริหารด้านปฏิบัติการ จ๊อบไทย (JobThai) กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาสถานการณ์ด้านตลาดแรงงาน มีความผันผวนจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 องค์กรต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานให้ทันต่อสถานการณ์อยู่เสมอ คนทำงานเองต้องพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนการทำงานของตัวเองอยู่ตลอดเวลา การพัฒนาทักษะอยู่ตลอดเวลาเป็นเรื่องที่สำคัญมากในการทำงานยุคนี้

สำหรับทิศทางของตลาดแรงงานจากนี้ไป คาดว่า จะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป เมื่อดูสถิติช่วงต้นเดือน กรกฎาคม พบว่า สายอาชีพที่มีแนวโน้มเปิดรับเพิ่มขึ้น ได้แก่ Freelance, อาจารย์ – ครู, แพทย์ – เภสัชกร – สาธารณสุข

สำหรับการ หางาน และสมัครงานในจ๊อบไทยมีการเติบโตขึ้นมาก ซึ่งจ๊อบไทยได้ออกฟีเจอร์การค้นหางานที่ให้ทำงานที่บ้านได้ (Work from Home) และค้นหางานที่เปิดรับสัมภาษณ์ออนไลน์ เพื่อสร้างความสะดวก ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการและคนหางานด้วย

น.ส.แสงเดือน กล่าวว่า การระบาดของไวรัสโควิด-19 นั้นส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางด้านเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบโดยตรงกับภาพรวมตลาดแรงงาน จากการรวบรวมและก็พินิจพิจารณาฐานข้อมูลงานในจ๊อบไทยแพลตฟอร์ม เพื่อรายงานเหตุการณ์สิ่งที่จำเป็นแรงงานรวมทั้งความประพฤติปฏิบัติความจำเป็นของผู้สมัครงานทั่วประเทศ ในตอนครึ่งปีแรกของปี 2564 ดังนี้

5 ประเภทธุรกิจมีความต้องการแรงงานมากที่สุด ได้แก่

  1. ของกิน-เครื่องดื่ม 58,724 อัตรา แม้ว่าการผลิตในอุตสาหกรรมของกินไตรมาส 1/2563 จะปรับนิสัยลดน้อยลง (ที่มา : สศอ. กระทรวงอุตสาหกรรม) แม้กระนั้นลูกค้ายังคงมีการใช้จ่ายในหมวดผลิตภัณฑ์และก็บริการที่ต้องต่อชีวิตประจำวัน ทำให้จำพวกธุรกิจนี้ยังคงมีความต้องการแรงงานมาเป็นขั้นแรก ซึ่งลดน้อยลงจากขณะเดียวกันของปีกลาย 22.9%
  2. บริการ 44,750 อัตรา สิ่งที่จำเป็นแรงงานในธุรกิจจำพวกนี้จะเป็นธุรกิจบริการที่นอกจากธุรกิจที่ได้รับผลพวงจากภาคท่องเที่ยว อาทิเช่น ธุรกิจบริการชำระล้าง ธุรกิจบริการด้านระบบ ธุรกิจบริการฝึกหัด
  3. ก่อสร้าง 41,353 อัตรา SCB EIC ได้ประเมินว่า อุตสาหกรรมก่อสร้าง เป็นเยี่ยมในอุตสาหกรรม ที่ผู้ประกอบธุรกิจยังคงสามารถดำเนินธุรกิจถัดไปได้ ถึงแม้ภาพรวมอุตสาหกรรมก่อสร้าง จะมีลัษณะทิศทางหดตัว ตามเศรษฐกิจโลกที่มีลัษณะทิศทางชะลอตัวลงมาก ทำให้ผู้ประกอบกิจการอสังหาริมทรัพย์นิดหน่อย เลื่อนการเปิดตัวแผนการใหม่ออกไป

แม้กระนั้นการก่อสร้างแผนการภาครัฐยังคงมีกำลังขับเขยื้อนจากแผนการเมกะโปรเจกต์การติดต่อสื่อสาร ตัวอย่างเช่น แผนการรถไฟฟ้า แผนการรถไฟฟ้าความเร็วสูง โครงงานท่าอากาศยาน แผนการท่าเรือ โครงงานมอเตอร์เวย์ ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลของที่ทำการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจแล้วก็สังคมแห่งชาติ

  1. ยานพาหนะ / ส่วนประกอบยานยนต์ 39,883 อัตรา ผลจากการระบาดของเชื้อไวรัสวัววิด-19 ได้ทำให้เกิดผลกระทบต่อยอดการจำหน่ายรวมทั้งการสร้างรถยนต์ในประเทศรวมทั้งการส่งออกให้ชะลอตัวลง รวมทั้งยังกระทบตลอดไปยังผู้สร้างองค์ประกอบรถยนต์ ผู้สร้างเครื่องใช้ไม้สอยตกแต่งรถยนต์ รวมทั้งตัวแทนขาย (ที่มา : ที่ประชุมอุตสาหกรรมที่เมืองไทย) ถึงแม้ธุรกิจนี้จะอยู่ในห้าลำดับแรกที่อยากได้แรงงานมากมายแต่ว่าเมื่อเทียบกับขณะเดียวกันของปีกลายพบว่าสิ่งที่จำเป็นแรงงานต่ำลงถึง 31.8%
  2. ขายปลีก 37,482 อัตรา ธุรกิจขายปลีกโดยรวมมีผลเสียค่อนข้างจะมากมาย นอกจากผลิตภัณฑ์อุปโภค บริโภคที่ต้องใช้สำหรับเพื่อการดำรงชีพ ดังเช่น ของกินรวมทั้งของใช้ส่วนตัว ทำให้ซูเปอร์มาร์เก็ต และก็ร้านค้าสบายซื้อ ยังคงมีความต้องการแรงงาน

ส่วน 5 ประเภทธุรกิจที่มีความต้องการแรงงานน้อยที่สุด คือ

  1. ธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว 1,690 อัตรา การระบาดของเชื้อไวรัสวัววิด-19 มีผลกระทบต่อกิจกรรมด้านเศรษฐกิจร้ายแรงขึ้น ในทุกด้าน โดยยิ่งไปกว่านั้นภาคการท่องเที่ยว ที่หดตัวร้ายแรงหลายประเทศรวมทั้งเมืองไทยที่มีประกาศใช้มาตรการจำกัด การเดินทางระหว่างชาติ ซึ่งความจำเป็นแรงงานในธุรกิจนี้ต่ำลงถึง 65.8% เมื่อเทียบกับขณะเดียวกันของปีกลาย (ที่มา: ธนาคารชาติ)
  2. ธุรกิจความเบิกบานใจ 2,075 อัตรา เป็นอีกอุตสาหกรรมที่ได้รับผลพวงจากการประกาศปิดที่สาธารณะต่างๆประกอบกับมาตรการควบคุมโรค โดยห้ามการจัดกิจกรรมที่มีการจับกลุ่มคนจำนวนมาก รวมทั้ง การถ่ายหนัง ละคร ซีรีย์ โปรโมท
  3. ธุรกิจกระดาษ/อุปกรณ์การเรียน 2,200 อัตรา ธุรกิจกระดาษที่เกี่ยวข้องกับสื่อสิ่งพิมพ์มีความต้องการน้อยลง ส่วนธุรกิจกระดาษที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ถึงแม้มีความต้องการใช้เติบโตขึ้น แต่ว่าโดยภาพรวมจะมีความเห็นว่า ธุรกิจนี้อยู่ในกรุ๊ปที่มีความความอยากแรงงานน้อยเมื่อเทียบกับธุรกิจอื่น ๆ ในจ๊อบไทยแพลตฟอร์ม
  4. ธุรกิจโฮเต็ล/Resort/Spa/สนามกอล์ฟ 2,820 อัตรา จากมาตรการควบคุมการระบาดของเชื้อไวรัสวัววิด-19 ทำให้นักเดินทางคนไทยแล้วก็ฝรั่งในไทยน้อยลง ซึ่งก่อให้เกิดผลเสียโดยตรงต่อธุรกิจที่กลุ่มนี้ ทำให้ธุรกิจกลุ่มนี้มีการว่าจ้างลดเยอะที่สุด โดยน้อยลงถึง 75.7% เมื่อเทียบกับเวลาเดียวกันของปีกลาย
  5. ธุรกิจเพชรนิลจินดา/เครื่องเพชรพลอย 3,092 อัตรา การสร้างและก็ขายเพชรพลอยรวมทั้งเครื่องเพชรพลอยปรับนิสัยต่ำลง เพราะว่าการสร้างเพื่อการส่งออกไปยังตลาดเมืองนอกลดน้อยลง ซึ่งยอดเยี่ยมในสิบสองธุรกิจ ที่ที่ประชุมอุตสาหกรรมประเมิน ว่าเป็นอุตสาหกรรมที่ได้รับผลพวงมากมาย

สำหรับนิสิตจบใหม่ในปีนี้ จำต้องพบเจอกับภาวการณ์ ความไม่เที่ยงด้านเศรษฐกิจ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ฉะนั้น ควรจะมีการปรับตัวอยู่ตลอด เพื่อทันต่อความเคลื่อนไหว และก็พร้อมต่อกรกับอนาคต โดย 5 สายงานที่หน่วยงานเปิดรับนิสิตจบใหม่ปริญญาตรีสูงที่สุด ลำดับต้นๆ งานขาย คิดเป็น 23.3% ชั้นสอง บริการ คิดเป็น 11.8% ชั้นสาม ธุรการ/จัดซื้อ คิดเป็น 9.0% ชั้นสี่ วิศวกร คิดเป็น 7.2% ชั้นห้า ช่างเทคนิค คิดเป็น 7.1%

ดังนี้ เมื่อมองข้อมูลเชิงลึกในตอนเหตุการณ์การแพร่ระบาดของวัววิด-19 พบว่า ตอนก่อนที่จะมีการระบาดในเดือน เดือนมกราคม – เดือนกุมภาพันธ์ มีทิศทางการจ้างแรงงานที่สูงขึ้นจากเดือนที่แล้วหน้า โดยเดือน ม.ค. มีอัตราการเปิดรับ 119,122 มากขึ้น 8.7% จาก ธ.ค. 2562 และก็เดือน ก.พ. มีอัตราการเปิดรับ 124,629 มากขึ้น 4.6% จาก ม.ค. 2563

ดังนี้ วัววิด-19 เริ่มมีการระบาดมากมายในตอนเดือน เดือนมีนาคม แล้วก็ เดือนเมษายน และมีการออกมาตร การเพื่อคุ้มครอง ปกป้องการแพร่ของเชื้อทำให้หลายสถานประกอบการจำเป็นที่จะต้องล้มเลิกกิจการชั่วครั้งคราว ตลอดทั้งการประกาศเคอร์ฟิว ทำให้ความจำเป็นแรงงานลดน้อยลง อย่างสม่ำเสมอ โดยเดือน เดือนมีนาคม มีอัตราการเปิดรับ 112,220 ต่ำลง 10.0% จาก ก.พ. 2563 แล้วก็ลดน้อยลงหนักสุดในตอนเดือน ม.ย.มีอัตราการเปิดรับ 91,382 ลดน้อยลง 18.6% จาก มี.ค. 2563

ส่วนเดือน เดือนพฤษภาคม 2563 อัตราที่เปิดรับ 86,966 ต่ำลง 4.8% จาก ม.ย. 2563 และก็ เดือน เดือนมิถุนายน 2563 อัตราที่เปิดรับ 90,347 มากขึ้น 3.9% จาก พฤษาภาคม 2563

ถ้าหากแบ่งข้อมูลออกเป็น 3 ตอนหมายถึงตอนก่อนระบาดหนัก (เดือนมกราคม-เดือนกุมภาพันธ์) ตอนระบาดหนักรวมทั้งล็อกดาวน์ (มี.ค.-เม.ย.) แล้วก็ ตอนคลายล็อกดาวน์ (พฤษภาคม-ไม่.ย.) พบว่า ตอนระบาดหนักและก็ล็อกดาวน์ มีสายงานเดียวที่เปิดรับคนมากขึ้นหมายถึงหมอ/เภสัชกร/สาธารณสุข มากขึ้น 0.5% ส่วนตอนคลายล็อกดาวน์ มีการเปิดรับ Freelance มากขึ้น 36.4%